Chrome Remote Desktopโปรแกรมควบคุมระยะไกล(ใช้แทน Teamviewer ได้)

ปัจจุบันเรามีความจำเป็นที่จะต้องใช้โปรแกรมประเภท Remote Desktop เช่น Teamviewer ติดต่อเข้าไปยังเครื่องคอมฯอื่นๆ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหรือเข้าไปเพื่อตรวจเช็คการทำงานบางอย่างของเครื่องนั้นๆ เช่นดู Event log ขอ Server โดยทั่วไปโปรแกรมที่เราใช้งานกันจะเป็นโปรแกรม Teamviewer (www.teamviewer.com) แต่ปัญหาที่ทุกท่านจะเจอคือในกรณีที่เราใช้งานมากๆ มักจะได้รับการเตือนจาก Teamviewer ว่าเราใช้เกินข้อกำหนดที่เขาได้กำหนดเอาไว้ และบางทีก็จะล็อกและให้เราทำงานได้เพียง 5 นาที เนื่องจากตัวโปรแกรมจริงทำมาเพื่อขาย…. สำหรับชาว SME ผมมีโปรแกรมที่จะแนะนำและเป็นของฟรีและแน่นอนส่วนมากอยู่ในเครื่องของท่านแล้ว  โปรแกรมที่ผมพูดถึงอยู่ในตัว Browser Chrome หากท่านยังไม่ได้ติดตั้ง Browser Chrome ผมแนะนำให้ท่านทำการติดตั้งก่อน

chrome1      https://www.google.com/chrome/browser/desktop/

Apps Store:

Chrome มีหลักการอย่างหนึ่งคือ Chrome มีโปรแกรม หรือ Application ที่เราสามารถติดตั้งและใช้งานได้ผ่าน Browser Chrome โดยส่วนมากโปรแกรมจะต้องทำงานแบบ Online หรือเครื่องเราจะต้องต่อออกเน็ตอยู่ หลักการของการติดตั้งโปรแกรมก็จะเหมือนที่เราทำบน Apple,IPAD,Adndroid คือจะมี Store หรือ Applcation store ที่เราสามารถเข้าไปเลือกซื้อหรือติดตั้งตัวโปรแกรม บางโปรแกรมเราจะต้องเสียเงินแต่ก็มีหลายๆพันโปรแกรมที่เป็นลักษณะฟรีให้เราสามารถเลือกใช้งานได้ ในส่วนของ Chrome Remote Desktop เป็นโปรแกรมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย….ลองมาดูโปรแกรม  Chrome Remote Desktop

การติดตั้ง Chrome Remote Desktop

1.ไปที่  App Store ที่อยู่ใน Browser Chrome จะอยู่ซ้ายมือสุดที่ Cursor ชี้อยู่

chrome2

2.กดไอคอนซ้ายมือ หรือ Web Store เพื่อทำการติดตั้งโปรแกรม ไอคอนที่เหลือคือโปรแกรมที่เราได้ทำการติดตั้งและพร้อมใช้งาน

chrome3

3.ทำการพิมพ์ที่ Search ด้านขวา คำว่า Remote Desktop แล้วเราจะได้ Chrome Remote Desktop ให้กดปุ่ม ADD TO CHROME แต่ในเครื่องนี้ได้ทำการติดตั้งไปแล้วก็จะเหลือแค่ปุ่มให้คะแนน

chrome4

4.เมื่อทำการติดตั้งเสร้จท่านสามารถปิด TAB หรือปิดหน้าต่างตัวนี้ออกมา ถือว่าท่านได้ทำการติดตั้งเสร้จแล้ว มาดูขั้นตอนการเข้าใช้งาน โดยจะเริ่มต้นโดยการเรียกไปที่ปุ่ม Apps จากข้อที่ 1 จะพบว่าเรามีโปรแกรมที่ชื่อ Chrome Remote Desktop ให้คลิกเรียกใช้งานที่โปรแกรมนี้

chrome5

5.มาดูหน้าที่การทำงานของแต่ละปุ่มchrome6

ปุ่มที่ 1: หากเราต้องการจะให้คนอื่นดูหน้าจอของเครื่องเรา (เครื่องอื่นจะ Remote เข้ามาหาเครื่องเรา)

ปุ่มที่ 2: ในกรณีที่เราจะ Remote ไปหาเครื่องอื่นเราจะกดที่ปุ่มนี้

ปุ่มที่ 3: ถ้าเราไม่อนุญาตตรงปุ่มนี้คนที่ Remote เข้ามาที่เครื่องเราจะเห็นแต่หน้าจอ แต่จะไม่สามารถควบคุุมเครื่องได้ เช่นใช้เมาส์ หรือคียบอร์ดได้

6.เรามาดูการทำงานของแต่ละตัว โดยในที่นี้ผมยกตัวอย่างกรณีที่ 1 คือต้องการให้คนอื่นเข้ามาดูหน้าจอได้อย่างเดียว ผมก็จะกดปุ่มตัวที่ 1 SHARE เพื่อขอตัวเลขรหัสที่จะแจ้งให้คนที่จะ Remote เข้าเครื่องเรา (ในที่นี้จะเห็นหน้าจอแต่ควบคุมเครื่องไม่ได้) ทุกๆคั้งที่เราเรียกกดที่ SHARE ค่าตัวเลขนี้จะเปลี่ยนตลอดเวลา เราสามารถแจ้งค่าตัวเลขที่ให้กับผู้ที่จะ Remote เข้ามา

chrome7

7.มาดูในส่วนของผู้ที่จะ Remote เข้ามาที่เครื่องเรา…จะกดที่ปุ่มที่ 2 หรือปุ่ม ACCESS แล้วทำการป้อนค่าตัวเลขที่ได้รับแจ้งมา เพียงเท่านี้ก็สามารถเข้ามาดูหน้าจอของเครื่องรหัสนั้นๆได้

chrome8

8.หากท่านต้องการให้สามารถควบคุมเครื่องของเราได้ ท่านจะต้องกำหนดอนุญาตให้ควบคุมเครื่องได้ โดยการกดปุ่มตัวที่ 3 Enable Remote Connections  ท่านจะต้องกำหนดรหัส อย่างน้อย 6 ตัว โดยกำหนดให้เหมือนกันทั้ง 2 ช่อง และหากคนที่ Remote เข้ามาครั้งแรกจะต้องป้อน PIN ให้ถูกเมื่อสามารถควบคุมได้แล้ว…ในครั้งต่อไปคนที่ Remote เข้ามาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องป้อน PIn อีก…ยกเว้นเราไปทำการยกเลิกการอนุญาตให้ควบคุมเครื่อง

chrome9

เมื่อเรากด OK เราจะต้องกด Confirm หรือ OK อีก 1 ครั้ง หากสำเร็จ เราจะเห็นข้อความของปุ่มเปลี่ยนจาก Enable จะเป็น Disable หรือทำการยกเลิกการอนุญาติ…เราสามารถที่จะทำการเปลี่ยนรหัสได้ตลอดเวลาโดยการกดที่ Change PIN

chrome11

9.เมื่อได้กำหนดการอนุญาตแล้ว ก็ให้กดปุ่ม SHARE เพื่อส่งรหัสให้ REMOTE เข้ามาที่เครื่องเรา…ในส่วนของคนที่ REMOTE เข้ามาจะขึ้นหน้าจอให้ป้อนรหัส PIN ถ้าถูกต้องตรงกันก็จะควบคุมใช้งานเครื่องนี้ได้ และในครั้งต่อๆไปไม่จำเป็นต้องป้อนหรัสการควบคุมอีกต่อไป

แนะนำ Mini Tablet TECLAST P89MINI

วันนี้ขอมาแนะนำสินค้าที่มาใหม่ราคาแรง TECLAST P89MINI รูปทรงเพรียวหน้าตาเหมือน IP MINI เบาเพียง 300 g มีให้เลือก 2 สี สีเทา (SILVER) หรือสีทอง (GOLD)

สั่งซื้อ Online ได้ที่ www.technocom.co.th

*** พิเศษแถมตัว CASE มีให้เลือก 2 สี ดูภาพตอนท้าย***

ในราคาเบาๆ 2,990-

intel

This slideshow requires JavaScript.

เรามาดูสเป็กเครื่องกันก่อน แล้วเดียวจะเปิดกล่องดูอุปกรณ์ที่ได้มากับตัวเครื่อง

Teclast P89 Mini Intel Atom Z2580 Dual Core 7.9 Inch Tablet PC 16GB

Model     Teclast P89 Mini Dual Core Tablet PC
CPU     Intel Atom Z2580,Dual Core, 2.0GHz; GPU: PowerVR SGX544MP2
Operation System     Android 4.2.2
ROM(Memory)     16GB Nand Flash
RAM     1GB (DDR 3)  สามารถเพิ่มได้จากตัว Micros SD ถึง 32 GB
Shell Material     Aluminum shell
หน้าจอ Screen     Size     7.9 Inch
Type     Capacitive Screen, IPS
Display     LCD
Resolution     1024 x 768px
Multi-Touch     Yes, 5 points touch
Camera     Dual camera, front is 2.0 megapixels, back is 5.0 megapixels
Gravity Sensor     Yes
Bluetooth     Yes
OTG    Yes
GPS    Yes
WIFI     Yes, 802.11 b/g/n
3G ไม่ได้ Build in มาในเครื่องแต่สามารถต่อผ่าน 3G dongle ได้: E1916, ZTE AC2736, HUAWEI E1750, HUAWEI EC122, HUAWEI EM770W
มีช่องหูฝังให้เสียบ Earphone Interface     3.5mm
ทำงานได้ต่อเนื่อง Work Time     Up to 5-6 hours
Battery    4600MAh
Extend Card     Support TF (SD CARD) up to 32GB extended
Product Size     200 x 135.6 x 7.2mm(7.87″ x 5.34″ x 0.28″)
น้ำหนัก Product Weight     306g

Teclast P89 Mini Extend Port (พอร์ตที่มีให้เชื่อมต่อ)

1 x Micro SD card slot;
1 x Micro USB port
1 x 3.5mm Earphone port

Teclast P89 Mini Package including (ที่มาในกล่อง)

1 x Teclast P89 Mini
1 x Charger
1 x OTG cable
1 x User Manual
1 x USB cable;

มาลองเปิดกล่องดูครับ

Jpeg

เปิดกล่องออกมาประมาณนี้ ทุกอย่างแพ็คมาอย่างดีดีมีโฟมรองรับตัวเครื่องและใต้เครื่อง

Jpeg

เอาเครื่องออกเพื่อตรวจสอบอุปกรณ์เพิ่มเติมใต้กล่อง– มี adaptor พร้อมตัวชาร์ต มีสายหูฟัง และมีสาย OTG ให้มาสำหรับต่ออุปกรณ์เพิ่มเติม

Jpeg

ลองเปิดเครื่องดูแจ่มเลยครับ…ผมนี้อึ้งเลย…

Jpeg

ด้านหลังตัวเครื่องครับ มีลำโพงออก 2 จุด

????

ภาพสุดท้ายจะเป็นด้านข้างครับ

????

 

สรุปครับ คุ้ม คุ้ม ราคามากๆๆๆๆๆ แถม CASING มีให้เลือก 2 สีตามภาพ (สีเขียว และสีน้ำเงิน) ส่วนตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี
สีเงิน (SILVER) และ สีทอง (GOLD)  ตัวเครื่องจะรับประกัน 3 เดือน

Jpeg

 

ข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทผู้ผลิต

http://www.teclast.org/teclast-p89-mini-intel-atom-z2580-dual-core-7-9-inch-tablet-pc-16gb.html

สั่งซื้อ Online วันนี้  รับฟรี Casing เลือกสีได้ และจัดส่งฟรีแบบ EMS   ในกรณี พกง เก็บเงินปลายทาง(+เพิ่มอีก 100 บาท) โทรเลยเบอร์เดียว 081-6719649

สั่งซื้อ Online ได้ที่ www.technocom.co.th

 

My Book Live (personal cloud storage)

wd3

หากท่านมีคำถามที่เกิดในใจตลอดเกี่ยวกับการ Backup ข้อมูล เช่น

1.มีผู้ใช้หลายคนในบ้าน เช่น งานในเครื่องพีซีของพ่อ ไหนจะงานข้อมูลที่อยู่ในโน๊ตบุ๊กของแม่ แล้วยังไม่พอภาพ
ที่อยู่บนมือถือ Android และข้อมูลภาพที่อยู่บนมือถือ Iphone……เขียนเองยังปวดหัวเองเลยครับ

2.บางที่เอาโน๊ตบุ๊กออกไปทำงานนอกบ้าน 2-3 วัน และมีเหตุที่จะต้องใช้ไฟล์ที่เก็บเอาไว้ที่บ้าน หรือบางทีทำงาน
เสร็จแล้วอยากจะ Backup ข้อมูลเก็บเอาไว้ แต่ตัวสำรองข้อมูลอยู่ที่บ้าน…..จะดีกว่าไหมถ้าเรามีอุปกรณ์ที่
สามารถสำรองข้อมูลให้ทุกๆคนในบ้าน (share) แล้วขณะเดียวกันก็สามารถที่จะใช้งานจากภายนอกผ่านระบบอิน-
เทอร์เน็ต (Cloud Service)  แล้วทุกๆท่านก็ไม่ต้องกังวลที่จะต้องจัดซื้อฮารดดิสก์และพกพาอีกต่อไป ตรงนี้ผม
ขอแนะนำ Western Digital (WD) รุ่น My Book Life มีขนาดให้เลือก 1TB 2 TB 3TB ในบทความนี้จะขอเรียก
ชื่อว่าเจ้า WD

หลักการ
1.นำ MY Book Life เสียบกับ Router (ADSL,Fiber) ที่เราใช้ออกเน็ตกัน
wd1

2.ติดตั้งตัวโปรแกรมที่ให้มากับแผ่น เช่นกำหนดชื่อ และรหัสผ่าน(ผู้ใช้งานคนแรกจะเป็น admin เป็นผู้กำหนดให้ใคร
ใช้เพิ่มเติมได้ที่หลัง) ในช่วงนี้สำคัญมาก สามารถกำหนด Personal Cloud (Cloud ส่วนตัว) ได้โดยกำหนดอีเมล์
และ Password หลังจากนั้นท่านจะได้รับอีเมล์แจ้งขั้นตอนที่ท่านสามารถที่จะติดต่อเข้าหาตัว WD ผ่านเน็ตได้อย่างไร
wd2

3.หลังจากการติดตั้งโปรแกรมแล้ว ถ้าเราอยู่ในบ้านหลังเดียวกันเราก็จะมองเห็นเป็นไดรฟขึ้นมาอีก 1 ไดรฟ ในที่นี้
เราสามารถที่จะทำการสำรองข้อมูลได้เลย หากออกไปด้านนอกท่านจะสามารถติดต่อเข้าหา WD ได้โดยการติดต่อ
ผ่าน Personnal Cloud ได้ที่ http://www.wd2go.com แล้วทำการ Login เพียงเท่านี้ท่านก็จะเห็น WD ของท่านและ
ทำการสำรองข้อมูลได้เหมือนเดิน

4.ในส่วนมือถือ Android,Iphone หรือ Ipad ก็สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมของ Wd2go ได้ และจะมองเห็น
ไดรฟต่างๆที่ได้กำหนดเอาไว้

5.สามารถเพิ่มผู้ใช้และกำหนดพื้นที่ให้ใช้งาน และสร้าง Peronal Cloud ให้แก่ผู้ใช้หลายอื่นๆได้ โดยผ่านตัวโปร-
แกรมที่เราได้ติดตั้งเข้าไปในเครื่อง

แค่นี้ชีวิตก็ชิวชิวแล้ว !!!

ข้อมูลเพิ่มเติม

1.เนื่องจากเราเชื่อม WD ผ่านสานแลน (LAN) ดังนั้นความเร็วในการก็อปปี้ข้อมูลจะขึ้นอยู่กับ Bandwidth ที่ว่าง
ของสายแลน(LAN) และบางที่ก็ช้าเนื่องจากผ่านตัว Router หรืออุปกรณ์ โดยเฉลี่ยในบ้านประมาณ 7-10 MB
(Mega Byte)/Sec

2.การก็อปปี้ข้อมูลจากภายนอก (Internet) จะช้ากว่าภายใน เนื่องมาจากความเร็วของสายเน็ตที่เราเชื่อมต่อและ
บริการอินเทอร์เน็ตโดยทั่วไป Download จะมากกว่าความเร็วในการ Upload

ดูไฟล์วีดีโอ Present Personnal Cloud (Cloud ส่วนตัว)  กดที่นี้เพื่อดู

หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถคิดต่อได้ที่  081-6719649

หรือเมล์ ravi@technocom.co.th

Vrtual Server – เซิร์ฟเวอร์เสมือนจริง

วันนี้ผมขออธิบายเทคโนโลยีตัวใหม่ Virtual Server สำหรับเราชาว SME เนื่องจากเรื่องดังกล่าว
จะเกี่ยวข้องกับเราโดยตรง ผมขอข้ามการอธิบายในเรื่องหลักการๆทำงานของ Server ไป ในที่นี้ผม
จะถือว่าทุกท่านเคยใช้งาน Server มาแล้ว เรามาดูว่าในอดีตเมื่อเราต้องการ Server เราจะมีค่าใช้จ่าย

  1. จะต้องจัดซื้อตัว Server มาในราคาต่ำสุดประมาณ 30,000-50,000 บาท
  2. ลิขสิทธิ์ของ Windows Server ประมาณ 25,000-30,000 บาท
  3. ค่าลิขสิทธิ์ในการเชื่อมต่อ (Client Access  license) อีกประมาณชุดละ 1,000-3,000 บาท/license
  4.  UPS(ระบบสำรองไฟ) 10,000-20,000 บาท
  5.  Admin (ผู้ดูแลระบบ) เงินเดิอน 15,000-20,000 บาท
  6. ระบบไฟฟ้าที่ Server ใช้ต่อปี 2000-4000 บาท
  7. ระบบสำรองข้อมูล (Tape Backup) 10,000-20,000 บาท

***สังเกตุดูว่ามีแต่ค่าใช้จ่าย ไม่ต่ำกว่า 50,000-80,000 บาท

server1
ภาพที่ 1 แสดงการเชื่อมต่อ Server ในลักษณะ Offline (ใช้ภายในบริษัท)

ปัจจุบันระบบการทำงานเปลี่ยนไปมาก พนักงานที่อยู่ตามสาขาสามารถ log เข้ามาทำงานที่สำนักงานใหญ่
Log เข้ามาทำงานที่ตัว Server ตรงๆ (Remote Desktop) หรือในลักษณ VPN เข้ามาทำงาน ดังนั้นสำหรับ
บริษัท/ห้างร้าน ที่ใช้รูปแบบการทำงานในลักษณะ Online มากกว่า Offline อยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้
การเช่า Server จะได้ประสิทธิภาพมากกว่ารวมถึงค่าใช้จ่ายถูกกว่า เช่นค่าเช่าต่อปี 12,000 บาท จะทำให้เรา
ประหยัด

  1. ค่าไฟฟ้าที่เราเคยต้องเปิด Server 24 ชั่วโมง รวมถึงค่า Air 2,000-4,000 บาท/ปี
  2. ค่า Admin ที่ต้องดูแล Server เพราะเป็นหน้าที่ของบริษัทโดยตรงที่จะต้องทำให้ระบบมีปัญหาน้อยที่สุด
  3. ค่า Internet ในการเชื่อมต่อ Server โดยปกติเราจะใช้เน็ตที่ความเร็วต่ำๆเพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย
    แต่บริษัทที่ให้เราเช่า Server จะมีเน็ตที่ความเร็วสูง เพราะเน้นให้ผู้เช่า Log เข้ามาทำงาน ตรงนี้ผมมองประหยัด
    ไปไม่ตำกว่า 12,000 บาท/ปี
  4. ระบบการสำรองข้อมูล จะมีการสำรองข้อมูลให้เราอัตโนมัติ (ในที่นี้ผมก็ยังเน้นให้เราสำรองบ้างเป็นบางครั้ง)
  5. ค่าลิขสิทธิโปรแกรมต่างๆ เช่น Windows Server เราไม่จำเป็นต้องจ่าย เพราะบริษัทที่ให้เช่าเหม่าจ่ายมาแล้ว
    ประหยัดอีก 20,000-30,000 บาท
  6. ไม่รวมถึงหากเราจัดซื้อ Server เมื่อครบเวลา 3 ปี เราจะพบปัญหาจากตัวอุปกรณ์ (Hardware) และอาจจะลงเอย
    ด้วยการจัดซื้อ Server ใหม่ รวมถึงความเสียหายทางด้านเวลาในการติดตั้งและทำงาน

vpf2
ภาพที่ 2 แสดงการเชื่อมต่อในลักษณะ Online (server อยู่ที่ไหนก็ได้ ใช้อุปกรณ์อะไรก็ได้ในการเข้าถึง Server)

ตรงนี้ผมมี Solution ที่มานำเสนอ Virtual Server ที่เป็น Windows/Linux แล้วแต่ความต้องการของท่าน SME
ในราคาพิเศษ  สนใจติดต่อตรงที่ 081-6719649 หรือเมล์ ravi@technocomco.th

server3

ข้อห้ามสำหรับบริการ Vitual Server

  • – ห้ามนำไปใช้ในการส่งสแปมเมล์ (Spam) กล่าวคือเป็นอีเมล์หรือข้อความที่ผู้รับไม่ประสงค์จะรับ
  • – เกมส์จากค่า Winner / เกมส์ RAN
  • – วิทยุ / TV Online / Video On Demand
  • – Bit Tracker, Camfrog Server, Web Proxy, Proxy Server
  • – ห้ามนำไปให้บริการหรือเผยแพร่เว็บไซต์ผิดกฏหมายทุกประเภท เช่น หมิ่นสถาบันฯ ลามกอนาจาร ละเมิดลิขสิทธิ์ การพนัน เป็นต้น
  • – ห้ามนำไปให้บริการ File Server หรือ VIP Downlad Server ทุกประเภท

Microsoft Office 2013 และ Office 365

สำหรับ SME ที่จำเป็นที่จะต้องใช้ชุด Microsoft Office  จำเป็นที่จะต้องรู้ข้อแตกต่างระหว่าง MS Office 2013 และ MS Office 365

office1

ชุด Microsoft Office 2013 ออกแบบมาสำหรับใช้ทำงานบน PC เป็น Windows Base เช่น Windows 7 หรือ

Windows 8 ซื้อ 1 ชุด ต่อ 1 เครื่อง  โดย MS Office 2013 แบ่งขายตามประเภทการใช้งาน

  • Home & Student 2013  สำหรับผู้ใช้ในบ้าน
  • Home & Business 2013 สำหรับใช้ในธุรกิจ
  • Professional 2013 เป็นชุดเต็มของ Microsoft Office จะใช้ที่บ้านหรือที่ทำงานก็ได้ แต่จะมีโปรแกรม

เพิ่มเติมจากชุดอื่นๆ ขอให้ดูภาพประกอบของโปรแกรมที่ต่างในแต่ละชุด

office2

มาดูในส่วนของ MS Office 365

office3

เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้อุปกรณ์ที่เป็นในลักษณะ Mobile มากขึ้น เช่น Ipad, Ipone, Table ( Windows)

ดังนั้นเราจะสังเกตุเห็นว่าระบบควบคุม OS ต่างกัน เช่น Windows , iOS, Android เป็นต้น แต่ความต้องการ

เหมือนๆกันคือต้องการใช้ MS Office และผู้ใช้ท่านหนึ่งอาจจะมีอุปกรณ์ (Device) หลายๆตัว เช่นมีโน็ตบุ๊ก

มือถือ และมี Ipad อีก 1 ตัว ดังนั้นทางบริษัท Microsoft  จึงหาทางออกในเรื่องดังกล่าวซึ่งการใช้งานส่วน

มากจะเป็นในลักษณะ Online(เข้าเน็ต) และ Offline (ในช่วงไม่ได้เข้าเน็ต) และผู้ใช้มีอุปกรณ์หลายๆตัว

ลักษณะการซื้อเป็นการเช่าใช้ (Subscribe)เป็นรายปี แต่สามารถใช้ได้กับเครื่องได้ 5 เครื่อง + Mobile 1

เครื่อง หากครบปีผู้ใช้มีความต้องการใช้งานต่อก็สามารถที่จะต่ออายุการใช้งานออกไปเป็น 1-3 ปี

*** ในอนาคตการใช้งานโปรแกรมจะเป็นลักษณะเช่าใช้ (Subscribe) กันเป็นรายปี หรือ 3 ปี ซึ่งหากเฉลี่ยนค่าใช้จ่าย

แล้วจะถูกกว่าการซื้อใช้เพราะเมื่อมีการ Upgrade หรือเปลี่ยนโปรแกรมผู้เช่าใช้ก็จะได้สิทธินั้นๆฟรี

office4

ชุด MS Office 365 แบ่งออกเป็น 2 แบบ

  • Home สำหรับใช้งานที่บ้าน
  • Premium ใช้งานบ้านหรือสถานที่ทำงาน

ชุด MS Office 365 เมื่อเราสั่งซื้อแล้วจะได้สิทธิพิเศษ เช่น

  • พื้นที่ในการจัดเก็บ Online Skydrive 20 GB
  • โทรฟรีทั่วโลก 60 นาที ทุกๆเดือนผ่านโปรแกรม Skype
  • ใช้ได้กับเครื่อง 5 เครื่อง + 1 Mobile  หรือในกรณีของสถานศึกษา ใช้ได้ 2 เครื่องและ Mobile อีก 1 เครื่อง

office5

สนใจในเรื่องชุด MS Office สามารถสอบถามหรือสั่งซื้อ Online ได้ที่นี้ครับ  กดที่นี้>>

หากต้องการทราบในเรื่องของลิขสิทธิ์สามารถเมล์สอบถามได้ที่    ravi@technocom.co.th

จาก Post ก่อนหน้าที่ได้เขียนเกี่ยวกับ Asus DSL-N12U ที่สามารถเปิด SSID หรือชื่อ Wireless
ขึ้นมาได้ 4 ชื่อเหมือนซื้อ Wireless ไปแค่ตัวเดียว แต่มองเห็นชื่อ Wireless ได้เพิ่มอีก 3 ตัวแล้วแต่ความต้องการของเรา จากภาพให้สังเกตุก่อนการเพิ่มผมจะมองเห็น Asus Wireless แค่ตัวเดียว


มาดูขั้นตอนการทำงาน เราสามารถเพิ่ม Wireless ขึ้นมาด้วยการกด ADD ที่ SSID ตามภาพ

เมื่อกด Add แล้วมีจุดสำคัญที่หน้าสนใจ

1.SSID Profile ถ้าเราจะให้กลุ่มผู้ใช้เป็นผู้ใช้ทั่วไปหรือเป็นแขกที่มาขอใช้ Wireless ของเราๆจะ Set ตรงนี้เป็น Guest สปีดในการใช้ Internet จะธรรมดา แต่ในส่วนของ VIP สปีดการใช้งาน Internet จะเร็วสุด โดยทั่วไปเราจะระบุให้เป็น Guest

2.ตรงนี้สำคัญมาก หากเราต้องการให้ผู้ใช้กลุ่มนี้ออกเน็ทอย่างเดียว แต่ไม่สามารถเข้ามาในระบบ Network ของเราได้ ตรง Network Access จะต้องเป็น Internet Only หากเราระบุ Lan Only คือเขามาใน Network เราได้แต่ออกเน็ทไม่ได้ หากเราระบุ Both เขาจะเข้ามาในระบบเราได้และออกเน็ทได้ ดังนั้นที่แนะนำหากเป็น Guest ให้เป็น Internet Only

3.ในส่วนสุดท้าย คือการกำหนด Bandwidth หรือความเร็ว โดยปกติถ้าเป็น Guest ความเร็วที่ได้จะต่ำแต่ก็ OK สำหรับการใช้งานเน็ททั้วไป ท่านสามารถปรับเป็น Normal ได้ แต่ที่แนะนำให้เป็น Low

หลังจากที่ผมได้ Add SSID เข้าไปใหม่ชื่อ Asus-guest ก็ลองใช้ Notebook ของผมสแกนหาสัญญาก็จะพบตัว SSID ใหม่ที่ได้เพิ่มเติมเข้าไปตามภาพ และสามารถเชื่อต่อได้ปกติ

ตรงนี้ก็ถือว่าเราได้ทำการเพิ่ม SSID ขึ้นมาแล้ว บางที่เราต้องการจะเปลี่ยนค่า Setting ต่างๆ เช่นรหัสผ่าน หรือค่าอื่นๆ เราก็สามารถทำได้ด้วยการกดที่ลูกศรตรงใกล้ชื่อ SSID แล้วทำการเลือก Wireless ที่เราต้องการเปลี่ยนค่า

เมื่อเลือก SSID เราก็สามารถเปลี่ยนค่าได้ตามถาพครับ

ตรงนี้ขอสรุปว่าสินค้า Asus DSL-N12U ดีมากและเหมาะมากๆสำหรับเราชาว SME เพราะปกป้องเน็ทเราหรือ Network เราจากผู้ที่มาขอใช้งานเน็ทของเรา

การเปิดใช้งาน Wireless ให้แก่ผู้ใช้งานภายนอก (Guest) แบบปลอดภัยไร้กังวล

วันนี้มาขออัพเดทอุปกรณ์ตัวหนึ่งของ Asus ที่เราชาว SME สามารถนำไปประยุกติใช้ในสำหนักงานหรือที่บ้านพัก
อาศัยก็ได้ ปัญหาที่ทุกท่านเจอ คือการที่เราเปิด Wireless ให้กับผู้ที่ไม่ใช่คนภายใน เช่นแขกที่มาเที่ยวหา(Guest)
เชื่อต่อเข้ากับระะบ Wireless ของเรา เมื่อเขาเชื่อมเข้ามาเมื่อไรเรามีความเสี่ยงในหลายๆด้าน เช่น

1.เขาสามารถที่จะโจรกรรมข้อมูลที่อยู่ภายในเครื่องของเราหรือเครื่องอื่นๆที่อยู่ในระบบ network ที่ใช้งานอยู่

2.เขาสามารถนำพา Virus ในที่นี้คือ Worm เข้าสู่เครื่องทั้งหมดที่เชื่อมต่อเพราะว่าทุกคนอยู่ในระบบเดียวกัน (Network เดียวกัน)

3.ตัวเขาเองอาจจะไม่ได้มีเจตนาในการโจรกรรมข้อมูล แต่เครื่องเขาอาจจะถูกติดตั้งโปรแกรมที่พร้อมจะทำลาย
หรือโจรกรรมข้อมูล ในที่นี้เราเรียกว่า Zombie

ดังนั้นการป้องกันที่ดีคือเราต้องแยกเขาออกจากระบบที่เราทำงานอยู่ แยกเขาออกไปอยู่ใน Network
ของเขาและไม่สามารถเข้ามาใน Network ที่เราทำงานอยู่

โดยทั่วไปบริษัทใหญ่ๆก็จะติดตั้งเครื่องที่เป็นอุปกรณ์และจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากๆ แต่ปัจจุบันผมได้เจอ
อุปกรณ์ของ Asus รุ่น DSL-N12Uโดยที่ราคาไม่แพง ราคาไม่เกิน 2,500 บาท ที่ผมว่าเป็นอุปกรณ์ที่ดี
เพราะตัวนี้คือ Wireless ADSL Router

1.เป็น ADSL ดังนั้นเรานำมาแทน ADSL Router ที่เรามีอยู่ ขั้นตอนการ Setup ง่ายมากๆไม่เกิน 3
นาทีติดตั้งเสร็จเพราะมีข้อมูลของ ISP เข่น TOT,TT&T,3BB อยู่แล้ว

2.เมื่อเราเปิดใช้ Wireless เรากำหนด Password เหมือนกับการเปิดใช้งาน Wireless ปกติ
** ตัวเสาสัญญาณเป็น 5dbi สัญญาณแรงมากๆ

3.เราสามารถขอเปิด Wireless ในชื่อใหม่สำหรับ Guest ได้ เพราะสามารถแสดงชื่อ Wireless ได้ 4 ตัว
Multiple SSID (4 ตัว) ดังนั้นเราสามารถตั้งชื่อ Wireless ใหม่ให้กับคนภายนอกที่มาขอใช้ และสามารถ
ที่จะกำหนด Password ได้ด้วย เช่นผมสามารถที่จะกำหนดชื่อ Wireless ที่ใช้ภายในชื่อ Technocom
และกำหนด Wireless ที่สำหรับคนภายนอกที่ต้องการเชื่อมต่อเป็น Technocom-Guest
** ข้อดีของตัวอุปกรณ์ Default จะ setup Wireless ชื่อ Guest และกำหนดความเร็วให้ใช้ต่ำ
(Low Bandwidth) ส่วนคนภายในข้อมูลจะวิ่งเร็ว (high Bandwidth)
** Guest จะวิ่งคนละกลุ่มกับระบบภายใน ดังนั้นผู้ใช้ภายนอกไม่สามารถที่จะเข้ามาสู่ระบบภายในของเรา

ตัว Asus DSL-N12U ยังมีขีดความสามารถอื่นๆอีกเช่น
1.มี Port USB สำหรับใช้เชื่อม Printer ที่เป็น USB เพื่อใช้ในการแชร์เครื่องพิมพ์ได้
2.เป็น Wireless แบบ N สามารถทำให้รับส่งข้อมูลที่ควาทเร็วสูงที่ 300 Mbps

หากท่านสนใจสามารถติดต่อได้ที่เทคโนคอม ทุกสาขาหรือสั่งซื้อ Online ได้ที่ www.technocom-online.com

ในกรณีข้อความนี้มีประโยด ท่านสามารถแชร์ให้ผู้อื่นทราบและหากติดปัญหาใดๆสามารถที่จะ Post สอบถามได้ที่นี้

การพิมพ์เช็คโดยใช้โปรแกรม Excel

วันนี้ขอข้ามมมาคุย Solution  ตัวที่ท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้คือการใช้โปรแกรม Excel พิมพ์เช็ค เหมาะสำหรับหน่วยงานที่ต้องการพิมพ์เช็ค โดยหลักการคือ
1.พิมพ์เช็คออกมาดูดี
2.เมื่อใส่ตัวเลขหรือจำนวนเงินเข้าไป โปรแกรมจะเแปลงตัวเลขให้เป็นตัวอักษรให้อัตโนมัติและต่อท้ายด้วยคำพูดที่ว่าบาทถ้วน
3.ท่านสามารถสั่งพิมพ์บนเครื่องพิมพ์ DOT หรือเครื่องพิมพ์ Inkjet หรือเครื่องพิมพ์ Laser ก็ได้

เรามาเริ่มทำกันดู
**การทดลองพิมพ์ท่านจะต้องรองพิมพ์กับกระดาษ A4 ธรรมดาแล้วนำมาเทียบกับตัวเช็คจนมั่นใจว่าใช้งานได้ จึงจะนำเช็คจริงมาใช้งาน
** ที่ผมใช้คือ Microsoft Excel 2010

หลักการในการทำ
1.ปรับขนาดของเอกสารให้ใกล้เคียงขนาดของเช็คเรา
2.กำหนดข้อความที่จะพิมพ์ลงบน Excel แล้วทดสอบดูว่าตรงตามตำแหน่งเช็ค ปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้ตรง ปรับเปลี่ยนขนาดของฟอน์ตตามที่ต้องการ
3.ใช้ Function ที่ Excel มี เช่นการเปลี่ยนค่าตัวเลขมาเป็นตัวอักษรให้อัตโนมัติ การกำหนดรูปแบบวันที่ การกำหนดรูปแบบตัวเลขตำแหน่งทศนิยมต่างๆ

ผมขอเริ่มต้นเป็น Step ตามนี้

1. คือการเปิดไฟล์ใหม่ใน Excel แล้วกำหนดขนาดกระดาษหรือขนาดเช็คก่อน โดยไปที่หัวข้อ Page Layout แล้วเลือก Size ของกระดาษ ในที่นี้ผมกำหนดเป็นขนาด A5

2. คือการกำหนดรูปแบบในการพิมพ์ขึ้นอยู่กับการเข้าเครื่องของตัวเช็ค ถ้าเราเอาเช็คเข้าในแนวตั้งก็ต้องกำหนดการพิมพ์เป็นแบบ Landscape ถ้าเราเอาเช็คเข้าในแนวนอน (ปกติเหมือนกระดาษ A4) เราก็เอาค่าปกติในที่นี้ก็คือ Portrait
** ที่พูดเรื่องการเข้าของเช็คเพราะส่วนมากเราต้องเอาเช็คเข้าในแนวตั้ง ไม่เช่นนั้นเราจะมีปัญหาเรื่องการ Feedของกระดาษ
** การทดสอบการพิมพ์ต่างๆ เราควรจะทดสอบกับกระดาษ A4 ปกติก่อนๆที่จะไปใช้กับตัวเช็คจริงๆ

3.เริ่มกำหนดว่าวันที่บนตัวเช็คอยู่ที่ตำแหน่งไหนบนกระดาษ

3.การกำหนด Format ของวันที่ให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ เช่น เดือนให้เป็นภาษาไทยแทนที่ตัวเลข โดยการคลิกขวาที่ Cell ของวันที่แล้วเลือก Format Cell  ในที่นี้ผมเลือกเป็น Date และ Format เป็น 03 มีนาคม 2555

4.กำหนดตำแหน่งที่จะพิมพ์ชื่อผู้รับและจำนวนเงินที่จะพิมพ์บนตัวเช็ค ให้ปรับแต่งขนาดฟอนต์ ความหนาตามที่ต้องการ

5.จุดสำคัญของจำนวนเงินหรือตัวเลขในการพิมพ์เช็คคือ

  • 5.1 ก่อนหน้าตัวเลขจะต้องมีขีดหรือตัวอักษรอะไรก็ได้เพื่อป้องกันการเพิ่มเติมข้อมูล เช่น -50,000.00- หรือ **50,000.00**
  • 5.2 หลังจากตัวเลขก็ต้องมีขีดหรือตัวอักษรอะไรก็ได้ เช่น * เพื่อป้องกันการเพิ่มข้อมูล เช่น #50,000.00#
  • 5.3 Format ตัวเลขจะต้องมี , และเลขทศนิยม 2 หลัก  เช่น 50,000.00

ขั้นตอนการทำตรงนี้ ให้เราไปที่ Cell ของจำนวนเงินหรือตัวเลขนั้นแล้วคลิกขวาแล้วเลือก Format Cells แล้วแนะนำให้เลือก Custom อันสุดท้ายเพื่อกำหนดเอง โดยเราจะป้อนไปที่ Type เป็น -###,###,###.00- ตรงนี้ผมขออธิบาย Format ที่ผมป้อนเข้าไป

  • – ตัวแรกแทนเครื่องหมายขีดที่จะให้ขึ้นต้น ท่านสามารถแทนด้วยตัวอักษรอะไรก็ได้ เช่น * หรือ XXX
  • # เป็นการบอก Excel ว่าเป็นตัวเลขอะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นตัวเลข ถ้าไม่มีก็ให้ปล่อยไป
  • สำหรับส่วนสุดท้ายหลักทศนิยมผมใช้ตัวเลข OO เป็นการบอก Excel ว่าถ้าไม่มีตัวเลขก็ให้แทนค่าด้วย OO
  • ของผมกำหนดเอาไว้เผื่อที่หลัก 1,000,000.00 (หนึ่งพันล้าน)

*** ให้ทดสอบเปลี่ยนตัวเลขดูหลังจากที่เราได้กำหนด Format Cell แล้ว เราป้อนตัวเลขอะไรเข้าไประบบก็จะปรับตาม Format ที่เราได้ตั้งค่าเอาไว้

6.หาตำแหน่งที่จะเริ่มพิมพ์ข้อความภาษไทย (ตัวเงินที่เป็นภาษาไทย เช่น ห้าร้อยบาทถ้วน) ในที่นี้ต้องการแค่ตำแหน่งแต่เราจะไม่พิมพ์ข้อความเข้าไป เราจะให้ Excel ทำให้เรา โดยเราจะไปที่ Cell นั้นแล้วพิมพ์ =BATHTEXT(cell ที่มีตัวเลขที่เราต้องการแปลงเป็นอักษร) ในที่นี้ของผมเป็น =BATHTEXT(F5)   เวลาเราพิมพ์ =B  โปรแกรม Excel จะดึง Function มาให้เราเลือกอัตโนมัติ ให้เราคลิกเลือก Function BATHTEXT

-การใช้Function จะต้องเริ่ม ด้วย =

-Funtion BATHTEXT จะทำหน้าที่แปลงตัวเลขให้เป็นตัวอักษรและจบด้วยคำว่าบาทถ้วน

-Function BATHTEXT ต้องการ Cell ที่เรามีข้อมูลตัวเลข โดยการเริ่มต้นด้วยเครื่องหมาย” (”  ตามด้วย Cell ที่มีข้อมูลตัวเลข และจบด้วยเครื่อง “)”

– ดังนั้น Function ของผมจะเป็น =BATHTEXT(F5)

CELL F5 มีตัวเลขที่เราต้องการจะเขียน

สังเกตุว่าถ้าทุกอย่างโอเค เราก็จะได้ข้อความตัวเงินที่เป็นภาษาไทยตามตัวเลขของ Cell F5 แต่ในการออกเช็คจริงเราจะต้องมีขีดก่อนด้านหน้าและหลังตัวเลขเพื่อป้องกันการเพิ่มเติมตัวเงินเข้าไป ดังนั้น Function ที่สมบูรณ์จริงควรจะเป็น

= “-”  & BATHTEXT(F5) &  “-”        หรือ

 = “*”  BATHTEXT(F5) & “*”

** ให้มี Space ( เคาะที่ว่าง) หลังเครื่องหมาย = และระหว่างข้อความกับ Function ด้วย

-การเพิ่มข้อความด้านหน้าหรือหลัง Function สามารถทำได้โดยใส่ในเครื่องหมาย ” ” และตามด้วย & (& ในที่นี้เป็นการบอกว่าให้รวมหรือการบวกเพิ่มเติมเข้าไป)

ตัวอย่างตัวที่สมบูรณ์

ผมได้แนบไฟล์ Excelที่ท่านสามารถ Download ได้ที่นี้   cheque

เมื่อท่านได้แก้ไขและปรับเปลี่ยนตามความต้องการแล้ว ผมแนะนำให้จัดเก็บ (save as) ให้เป็น Template ไฟล์ ข้อดีของ template ไฟล์คือสามารถเอามาเป็นแม่แบบ แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ จะป้องกันคนที่มาใช้ต่อเราไปแก้ไข Function ต่างๆที่เราได้สร้างเอาไว้

เพิ่มเติมสำหรับท่านที่ต้องการใช้ภาษาอังกฤษ

1.หลังจากดาวโหลดมาแล้วก็ให้อนุญาตการแก้ไข (Edit Content)

2.หากมีข้อความเรื่อง Macro ก็ต้องอนุญาตเพราะได้เขียนโปรแกรมเพิ่มเติมเพื่อใช้ภาษาอังกฤษได้

macro1

3.เปลี่ยน Function จาก BAHTTEXT เป็น SpellCurr     **** ที่เหลืออย่างอื่นให้เหมือนเดิมครับ

macro2

 

 

สรุป
หากท่านคิดว่าข้อความนี้เป็นประโยชน์ รบกวนช่วยเขียน comment หรือแนะนำต่อให้ท่านอื่นๆนำไปใช้งานด้วย ท่านสามารถเสนอหัวข้อที่ท่านสนใจและติดปัญหา หากมีเวลาผมจะได้นำมาเขียนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อท่านอื่นๆ

การ Backup ข้อมูล ตอนที่ 2

จากตอนที่แล้ว ผมได้อธิบายถึงความสำคัญของการสำรองข้อมูลรวมถึงอุปกรณ์ที่เราสามารถใช้สำรองข้อมูลได้ ตอนนี้เราจะเริ่มเข้าเรื่องของการสำรองข้อมูลโดยจากผมสรุปว่า
1.ท่านรู้แล้วว่าท่านจะสำรองข้อมูลอะไร? อยู่ที่จุดไหน?
2.ท่านรู้แล้วว่าท่านจะใช้อะไรในการสำรองข้อมูล

มาดูหลักการสำรองข้อมูล โดยหลักการสำรองข้อมูลมีหลายๆรูปแบบ ผมจะเริ่มจากง่ายไปหายาก โดยตัวแรกผมจะขอ
แนะนำคือเรื่องการทำ Synchronize
Synchronize
คือการทำสำเนาข้อมูลเก็บเอาไว้ 1 ชุด โดยหลักการคือจะให้ชุดสำเนาเหมือนกับชุดต้นฉบับตลอดเวลา หากเรามีการ
แก้ไขไฟล์ชุดต้นฉบับแล้วเราสั่งให้ Synchronize ใหม่ โปรแกรมจะทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วทำให้ทั้ง 2 ชุด
เหมือนกัน (สำเนาจะเหมือนชุดต้นฉบับ)

ประเภทของการใช้งาน
-สำหรับท่านที่ต้องการจะเก็บการสำเนาเพียงแค่ชุดเดียว เช่น เพลง ภาพถ่าย หรือไฟล์ข้อมูล ใช้งานส่วนตัว ข้อมูลที่
ไม่มาก
-ไม่เหมาะกับข้อมูลทางด้านการเงิน เช่น ลูกหนี้ หรือข้อมูลที่มีความสำคัญมากๆ เพราะข้อมูลประเภทนั้นจะต้องทำการ
สำรองเอาไว้หลายๆชุด ของหลายๆวัน

การใช้งาน
หลังจากที่ท่านเข้าใจในเรื่องหลักการแล้ว ตอนนี้เรามาเริ่มลองทำการ Synchronize โดยตัวแรกแและง่ายที่สุดที่เรา
สามารถทำได้ก็คือ
1.การ Copy
โดยการก็อปปี้ข้อมูลสำคัญไปเก็บไว้ใน HandyDrive หรือ UsbDrive ก็เป็นอันจบขั้นตอนแบบง่ายๆ เมื่อมีการ
เปลี่ยนแปลงในส่วนของข้อมูลหลักเราจำเป็นที่จะต้องก็อปปี้ข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงลงไปเก็บเอาไว้ในตัวอุปกรณ์
เองหรือบางที่ถ้าหากเราสำรองข้อมูลในลักษณะโฟลเดอร์เราก็ทำการก็อปปี้ทั้งโฟลเดอร์ใหม่อีกครั้ง
*** ตรงนี้สังเกตุว่าถ้าเรามีการเปลี่ยนแปลงหลายๆโฟลเดอร์ หรือเปลี่ยนแปลงหลายๆไฟล์ บางที่เราก็จะจำไม่ได้ ตรงนี้ผมจะแนะนำให้ลองใช้ตัวที่ 2 ในที่นี้คือ Briefcase

2.Briefcase
เป็นโปรแกรมที่จะทำการ Synchronize (ทำสำเนาให้เหมือนต้นฉบับ) โดยทาง Windows มีมาให้เราอยู่แล้ว
Briefcase เหมือนกระเป๋าเดินทางเราจะต้องสร้าง Breifcase(กระเป๋า) ขึ้นมา แล้วบอกไปว่าใน Briefcase
(กระเป๋า) มีไฟล์หรือโฟลเดอร์อะไรบางที่เราต้องการจะสำรอง เมื่อมีการเปลี่ยนไฟล์ต่างๆที่ต้นฉบับแล้วก็เพียงแต่แจ้ง
ให้Briefcase Update …โปรแกรม Windows จะตรวจสอบเองว่ามีไฟล์ตัวไหนบางที่มีการเปลี่ยนแปลงและจะ
ทำการ Update ให้เรา
*** หากท่านมีข้อมูลมากในการ Synchronize การทำงานในครั้งแรกจะช้า แต่หลังจากทำงานในครั้งแรกเสร็จ ขั้นตอนการ Update จะเร็วเพราะจะทำการก็อปปี้เอาเฉพาะไหล์มี่มีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
มาดูขั้นตอนการทำงาน
1.สร้าง Breifcase(กระเป๋า) ขึ้นมาในอุปกรณ์ที่เราจะใช้สำรองข้อมูล ในที่นี้ผมจะใช้ HandyDrive ของผมที่เป็น
Drive J โดยการคลิกขวาไปบนพื้นที่วางจะมีเมนูขึ้นมาแล้วให้ท่านเลือกไปที่ New แล้วเลือกเมนู Briefcase จะอยู่
ท้ายสุด แล้วตั้งชื่อเป็นอะไรก็ได้ ในที่ผมตั้งชื่อเป็น Backup
***ให้สังเกตุว่า Icon จะเป็นรูปกระเป๋า

2.เมื่อสร้างเสร็จจะได้โฟลเดอร์ที่ชื่อ backup แล้ว Icon เป็นรูปกระเป๋า

3.หลังจากนั้นเราก็ดับเบิล-คลิก เข้าไปในตัวกระเป๋า ในที่นี้ของผมเป็น Backup หลังจากเข้ามาใน Briefcase
(กระเป๋า)แล้ว เราจะต้องทำการดึงไฟล์ (ก็อปปี้ไฟล์) หรือโฟลเดอร์ที่เราต้องการสำรองเอามาไว้ในตัว Briefcase
นี้ เช่นผมมีไฟล์และข้อมูลที่จะต้องสำรองตามภาพ
*** ขั้นตอนการก็อปปี้และการลบจะเหมือนๆกับการก็อปปี้ไฟล์หรือลบไฟล์ใน Windows 

4.เป็นได้ทั้งไฟล์และโฟลเดอร์ ในกรณีที่มีข้อมูลมากเราจำเป็นต้องรอให้เขาก็อปปี้
ข้อมูลให้หมดก่อน


5.หลังจากทำเสร็จหมดแล้ว ในกรณีที่เรามีการเปลี่ยนแปลงไฟล์หรือโฟลเดอร์ หรือเราต้องการเช็คว่าต้นฉบับและ
สำเนายังคงเหมือนกัน ก็ให้เราเข้าไปใน Briefcase ของเราแล้วกดที่ Update All items
*** หากมีการเปลี่ยนแปลง Briefcase ก็จะแจ้งให้เราว่ามีไฟล์อะไรบ้าง แต่เราไม่ต้องสนใจก็ให้กด OK ให้ทำาร Update เลย

หลังจากกด Update แล้ว ก็ถือว่าเสร็จขั้นตอนการทำสำเนา ทั้ง 2 ชุดจะเหมือนกันตลอด ในตอนต่อไปผมจะ
แนะนำการทำ Synchronize ในลักษณะ Online โดยที่ข้อมูลของท่านอยู่บนอินเทอร์เน็ต ท่านไม่จำเป็นที่จะ
ต้องมี HandyDrive (เหมาะสำหรับคนที่มีข้อมูลที่สำคัญไม่มากนัก)
หากท่านมีคำถามท่านสามารถ Post ได้ที่ตอนท้าย…โดยผมจะพยายามตอบทุกคำถามครับ อย่าลืมติดตามตอนต่อไปครับ

การ Backup ข้อมูล ตอนที่ 1

ก่อนอื่นผมต้องให้คำนิยามแบบง่ายๆของคำว่า Backup ในภาษาคอมพิวเตอร์ชาวบ้านอย่างผม การ Backup คือการที่เราได้ Copy ข้อมูลที่สำคัญขึ้นมาอีก 1 ชุด (ตรงนี้ผมใช้คำว่าอีก 1 ชุด) โดยทำการจัดเก็บแยกจากชุดแรก เช่น ข้อมูลชุดแรกอยู่ในคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการ Backup ข้อมูลหรือสำรองเอาไว้อีก 1 ชุด เราจะทำการ Copy เอาไว้ด้านนอกเครื่อง

เมื่อท่านเข้าใจว่าข้อมูลนั้นสำคัญอย่างไร และเข้าใจว่าเราจะต้องสำรองข้อมูล (backup) เก็บแยกออกเอาไว้อย่างน้อย 1 ชุดแล้ว (ในที่นี้ไม่ได้อยู่ในสถานที่เดียวกัน เช่น External Harddisk เป็นต้น) เรามาดูต่อไปว่าเรามีทางเลือกในการ Backup อย่างไรบ้าง

ก่อนที่ผมจะอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ Backup ผมขอให้ท่านเข้าใจในข้อเท็จจริงในหลายเรื่อง

1.เราสามารถแบ่ง Harddisk ออกเป็นหลายๆ Partition (ในที่นี้คือ Drive) เช่น Drive C /Drive D/ Drive E เป็นต้น แต่ ไดรฟทุกไดรฟ ยังคงอยู่ใน Harddisk ตัวเดียวกัน (ลูกเดียวกัน)

2.การแบ่ง Harddisk ออกเป็นหลายๆ Partition (ในที่นี้คือ Drive C /Drive D) การสำรองข้อมูลเอาไว้มี่ Drive D ไม่ได้หมายถึงว่าท่านปลอดภัยแล้ว เพราะโดยส่วนมากเวลา Harddisk เสีย จะเสียทั้งลูก ดังนั้น Drive C/Drive D ก็จะเสียหายไปทั้งหมด

3.การ Backup ข้อมูลที่ถูกต้อง จะต้อง Backup เอาไว้ด้านนอก 1 ชุด

4.ในกรณีที่ Harddisk เสียและท่านจำเป็นที่จะต้องกู้ข้อมูลที่เสียออกมา ค่าใช้จ่ายจะสูงมาก โดยทั่วไปเขาจะคิดหลักหมื่น เหตุผลเพราะว่าจะต้องทำการกู้ข้อมูลในห้อง Lab เช่นหัวเข็ม Harddisk หัก หรือจาน Harddisk ไม่หมุน จะต้องทำการซ่อมในห้อง Lab ที่ไม่มีฝุ่น แล้วถึงจะกู้ข้อมูลออกได้ ดังนั้นหากท่านคิดว่าข้อมูลสำคัญท่านควรจะ Backup เอาไว้ด้านนอก 1 ชุด

5.ควรจะแบ่ง Harddisk เราออกมา 1 Partition ในที่นี้คือ Drive D แล้วทำการจัดเก็บข้อมูลที่เราคิดว่าสำคัญเอาไว้ที่ไดรฟตัวนี้ ในการ Backup จะง่ายสำหรับเราที่เราจะเอาทั้งหมดที่อยู่ใน Drive D ไป Backup แทนที่เราจะต้องมาจำว่าข้อมูลอยู่ที่ตำแน่งไหน เวลานำเครื่องไปซ่อมเราก็สามารถบอกเขาได้ว่า ข้อมูลของเราอยู่ที่ Drive D อย่างเดียว ที่อื่นๆเราไม่สนใจ

6.สุดท้ายที่ผมจะฝากในตอนที่ 1 คืออย่างทิ้งภาระให้ร้านค้าในการ Backup ข้อมูลให้ท่าน เพราะโดยทั่วไปหน้าที่ของร้านค้าคือการซ่อมเครื่อง ดังนั้นเขาจะไม่ทราบเรื่องความสำคัญของข้อมูลของท่าน เขาจะไม่ทราบถึง Value หรือมูลค่าของข้อมูลของท่าน การซ่อมมีโอกาสที่จะผิดผลาดและอาจจะทำให้ข้อมูลเสียหายหมด ดังนั้นการ Backup ข้อมูลก่อนนำเครื่องไปซ่อมจะมีความสำคัญมากๆ

ให้ติดตามการ Backup ข้อมูล ตอนที่ 2 ต่อไป….(พูดถึงขั้นตอนที่เราจะทำการ Backup ข้อมูล)